สุขภาพ
โรคแผลในกระเพาะอาหาร(Peptic ulcer)
โรคแผลในกระเพาะอาหาร เกิดจากบริเวณกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นมีแผล
เกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุ ดังต่อไปนี้
1) ความเครียด ซึ่งจะไปกระตุ้นปลายประสาทกระเพาะอาหารให้หลั่งกรดออกมามาก
ทำให้เกิดภาวะมีกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารมากเกินไป
2) การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา หรือรับประทานอาหารรสจัด
3) การสูบบุหรี่ เนื่องจากสารนิโคตินในบุหรี่จะทำลานเนื้อเยื่อของกระเพาะอาหารและ
ลำไส้ และลดปริมาณเลือดไปเลี้ยงกระเพาะอาหาร
4) การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือ กาแฟ
5) การรับประทานยาแก้ปวดเมื่อย ยาลูกกลอน ยาชุดมีสเตียรอยด์
อาการของโรค
จะมีอาการปวดจุก หรือแน่นท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเรอ
เปรี้ยวหากเป็นแล้วไม่รักษา หรือไม่ดูแลสุขภาพอาจก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อน เช่น มีเลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหาร ทำให้อาเจียน
การป้องกันโรค
1) รับประทานอาหารให้เป็นเวลา และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด
2) ไม่สูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น สุรา เบียร์
3) หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เครียด หรือวิตกกังวล ควรทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
4) อย่างรับประทานยาพร่ำเพรื่อ ควรระมัดระวังในการใช้ยา
โรคภูมิแพ้(allergy)
โรคภูมิแพ้เป็นโรคไม่ติดต่อ แต่เป็นโรคเรื้อรังลักษณะเฉพาะ คือทางเดินหายใจจะถูกกระตุ้นได้ง่ายกว่าปกติ
อาการของโรคภูมิแพ้
หลอดลมจะตื้นและแคบจนหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงดัง เหนื่อย หอบ ไอ
สาเหตุของโรคภูมิแพ้
1) ได้รับสิ่งกระตุ้นอาการแพ้ เช่น ฝุ่น ขนสัตว์ สารเคมี เป็นต้น
2) การติดเชื้อจากระบบทางเดินหายใจโดยการจามหรือไอ
3) การออกกำลังกายที่หักโหมเกินไป
4) สารอาหารบางชนิด
5) อากาศที่มีความเย็นและชื้นจนเกินไป
การปฏิบัติตนในการดูแลรักษาโรคภูมิแพ้
1) การหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่แพ้ และสิ่งที่กระตุ้นอาการไอ หอบ เหนื่อย เช่นไม่เล่นกับ
สัตว์เลี้ยงที่มีขนจำพวกสุนับและแมว กระต่าย เป็นต้น
2) ไม่เข้าใกล้คลุกคลีกับคนที่เป็นหวัด
3) รักษาร่างกายให้อบอุ่นเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง
4) หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และควันพิษต่างๆ
5) ใช้ยารักษาตามที่แพทย์สั่ง
การปฏิบัติตนในการดูแลตนเองและการป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้
1) ได้รับอากาศ อาหาร น้ำ อย่างเพียงพอ
2) ดูแลเรื่องการขับถ่ายให้เป็นปกติ
3) การฝักผ่อนให้เพียงพอ
4) ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
5) ฝึกการบริหารการหายใจวันละ 2 ครั้ง คือในเวลาเช้ากับกลางวันเย็น
6) ฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกวัน วันละ 2 ครั้ง
7) การควบคุมอาการหอบ
สังเกตอาการผิดปกติที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
9) การผ่อนคลายความเครียด
10) การพ่นยาแก้โรคภูมิแพ้ให้ถูกวิธี
โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
ความเครียดเกิดขึ้นได้รับคนทุกเพศทุกวัย เช่น เครียดกับการเรียน เครียดกับปัญหาครอบครัว ถ้ามีความเครียดอยู่ในระดับสูงและติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ก็จะก่อให้เกิดโรคเครียดได้
อาการของโรคจะมีอาการดังต่อไปนี้
1)หัวใจเต้นเร็ว เต้นผิดจังหวะ หลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจตีบ มีไขมันมาเกาะทำให้หลอดเลือดตีบอาจจะเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง
2)ปวดศีรษะ ปวดคอ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อเนื่องจ
ากระบบกล้ามเนื้อมีการหดตัว เกร็งแข็ง
3)ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน เนื่องจากกระเพาะอาหารเกิดการหลั่งกรด มากผิดปกติ ลำไส้หดตัว ทำให้เกิดอาการท้องเสียถ่ายบ่อย
การป้องกันโรค
1) มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน
2) สร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น ๆ
3) รู้จักผ่อนปรนและให้อภัยผู้อื่น
4) อย่ายึดติดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากจนเกินไป
การดื่มน้ำกับริ้วรอย(Drinking Water and Wrinkles)
ดารดื่มน้ำจากแก้ว ก็เป็นอีก 1 พฤติกรรมที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณเกิดริ้วรอยอันไม่พึงขึ้นได้ง่ายๆ เช่นกัน แล้วจะดื่มยังไงล่ะ เพื่อไม่ให้เกิดรอยย่นบนใบหน้า ให้แนวริมฝีปากขณะจะดิ่ม และที่สำคัญเมื่อเผยอปาก ควรจะพยายามทำให้นิ่มนวล โดยไม่ให้เกิดรอยย่นใด ๆ ทั้งสิ้น อาจจะดูเป็นเรื่องละเอียดมากสักหน่อย แต่เชื่อเถอะว่ามันจะส่งผลดีกับผิวหน้าของคุณในระยะยาว
นวดเท้าเพื่อสุขภาพ(Health Feet Massage)
การให้ร่างกายได้รู้สึกผ่อนคลายบ้าง จะทำให้คุณดูแก่ช้าลงน่ะก็เทียบได้กับคนที่อารมณ์ดีมีความสุขเสมอกับตนที่เครียดตลอดเวลาไม่บอกก็น่าจะเดาได้ว่าแบบใดจะดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ เพื่อผ่อนคลายและบรรเทาความตึงเครียด การนวดคือคำตอบที่ดีข้อหนึ่ง ซึ่งคุณสามารถนวดได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องไปเสียเงินสปาสุดหรูที่ไหนเลย การนวดเท้าจะช่วยผ่อนคลายได้ดีเยี่ยม ก็เท้านะเป็นจุดรวมของประสาททั้งหมดของร่างกาย คุณสามารถนวดเท้าเองได้ด้วยการพาดเท้าบนปลายเตียง แล้วใช้มือข้างหนึ่งรองสันเท้าไว้ พร้อมกับใช้มืออีกข้างหนึ่งนวดเป็นวง ไล่จากนิ้วเท้าแต่ละนิ้วจนครบ แล้วไล่มาถึงกลางเท้า นวดที่จุดนี้สัก 2-3 นาที จึงค่อยเปลี่ยนจุดไปที่ส้นเท้า และตาตุ่มตามลำดับ
กินปลาชะลอการเสื่อมของเซลล์(Looking Young Nutrition for Beautiful Skin)
การดูแลปกป้องผิวไม่ให้ร่วงโรยไปก่อนวัย นอกจากจะสวยมาจากข้างในแล้ว สิ่งเหล่านี้คือส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลปกป้องผิวให้ดูอ่อนกว่าวัย
1. เรตินอล ช่วยให้ริ้วรอยย่นเหี่ยวบนใบหน้าจางลงได้
2. AHA หรือ อัลฟา ไฮดรอกซี แอซิด ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายไปให้หลุดลอกออกไป เผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสขึ้นมาแทนที่
3. ซีมาไมด์ ช่วยกระชับผิวให้ดูอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่สำคัญมากๆ สำหรับการทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย
4.แอนติออกซิแตนซ์ ได้แก่ พวกวิตามิน E และวิตามิน C ซึ่งช่วยในการบำรุงผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดดให้เรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้น
5.กินโกะ บีโลบา ช่วยให้ผิวหน้ามีเลือดฝาด ดูสุขภาพดี
6. แอมโมเนียม แลกเทต ปกป้องเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งลอกเป็นขุย ซึ่งมักจะเป็นปัญหาในการดูแลผิวให้ดูอ่อนเยาว์
7.เตรติโนลิน สารชนิดนี้จำเป็นต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ก่อนการใช้ ซึ่งมีคุณสมบัติ ลบรอยย่น แก้ผิวหยาบกร้านได้เป็นอย่างดี
กินปลาชะลอการเสื่อมของเซลล์(Fish Helps Protect Cells)
ควรจะเลือกกินอะไรดี เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และแถมด้วยสุภาพของร่างกายที่ดูไม่ทรุดโทรมหรือว่าแก่ช้าคำตอบของคำถามนี้อยู่ที่โปรตีนจากเนื้อปลา เพราะโปรตีนจากเนื้อปลานั้นทำหน้า ที่ได้ดีในการชะลอและซ่อมแซมสภาพของเซลล์ที่เสื่อมโทรม ทำให้ผิวพรรณสดใสไม่เหี่ยวย่นก่อนวัย อีกทั้งเนื้อปลายังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยมนการดูแลความเสื่อมโทรมของสภาพ ร่างกายได้เป็นอย่างดี กินปลาทุกวันเถอะ…ดีจริง ๆ
ผิวสวยด้วยอะโวคาโด(Avocado and Skin Health)
ปัจจัยหลักของการทำลายสุขภาพและความงามก็คือ อนุมูลอิสระ การรับมือกับอนุมูลอิสสระก็คือ การดูแลกินอาหารที่มีสารแอนติออกซิแดนต์หรือสารต้านอนุมูลอิสระ หนึ่งในผลไม้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระก็คืออะโวคาโด ซี่งคุณๆ ที่รักสุขภาพและความงามควรมีอะโวคาโดติดตู้เย็นอยู่เสมอ แล้วกินให้ได้ทุกๆ สัปดาห์ นอกจากอะโวคาโดจะช่วยต้านอนุมูลอิสระเป็นหลักแล้ว อะโวคาโดยังเข้าไปช่วยดูแลปกป้องผิวให้พ้นจากริ้วรอยของความแก่ได้อีกด้วย โดยอะโวคาโดจะเข้าไปช่วยกระตุ้นให้ผิวผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้น
ผ่อนคลายด้วยกลิ่นสมุนไพร(Herbs to Help you Relax)
ผ่อนคลายด้วยกลิ่นสมุนไพร(Herbs to Help you Relax)
หากจำเป็นต้องทำงานหนักจนแทบหาเวลาพักผ่อนไม่ได้เอาซะเลยในแต่ละวัน ขืนเป็นเช่นนี้ทุก ๆ วัน แน่นอนว่านอกจากจะเสียสุขภาพแล้ว ความทรุดโทรม ความดันเลือดสูง ระบบภูมิคุ้มกันลดลง ร่วงโรย ดวงตาคล้ำ ระดับคอเลสเตอรอลสูง การนอนไม่หลับ ก็ย่อมต้องเกิดขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจน เมื่อไม่มีเวลาพักผ่อนแบบนี้ ก็ชาร์จแบตเพิ่มความสดในให้กับตัวเองในช่วงเวลาที่อาบน้ำในแต่ละวัน ด้วยการหาสมุนไพรต่าง ๆ หรือดอกไม้ใส่ลงในถุงผ้าบาง ๆ แช่ลงในน้ำที่คุณจะอาบ เท่านี้ ไม่ว่าจะกลิ่นหรือคุณสมบัติของสมุนไพร ก็จะทำให้คุณสดชื่น มีสุขภาพดีต่อสู้กับงานหนักๆ ได้อย่างสบายใจ ส่วนเคล็ดลับก็คือ ให้นำสมุนไพรเหล่านี้คือ ลาเวนเดอร์ ดอกมะนาว คาโมไมล์ เลมอน และบาล์ม (เฉพาะที่หาได้นะไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมด)ใส่ไว้ในปลอกหมอน หรือทำถุงผ้าเล็กๆ วางไว้ข้างศีรษะ โต้ะทำงาน ห้องน้ำ หรือห้องทำงาน เพื่อสูดดมกลิ่นหอมขณะนอนหรือทำกิจกรรมต่างๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ระเหยออกมา จะช่วยให้คุณคลายเครียด สดชื่น และยังช่วยให้หลับสบายด้วยค่ะ
การรักษาและถนอมดวงตา(How to Preserve Your Eye Health)

ดวงตาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ฟ้องว่าวัยอยู่ในช่วงใดได้มากทีเดียว การรักษาและถนอมดวงตาให้ดูเป็นประ กายสดใสอยู่เสมอ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าปล่อยให้ดวงตาดูมีปัญหาบวม อิดโรย และแห้งแดงอยู่ตลอดเวลา การเพิ่มความสดใสให้กับดวงตานั้นทำได้ไม่ยากเลย คุณอาจจะใช้ถุงชาแช่น้ำ มันฝรั่งแผ่นบาง ๆ หรือสำลีชุบน้ำยา Witch Hazel โปะที่ดวงตาทิ้งไว้ ทำเป็นประจำ ดวงตาจะสดใสเป็นประกายทุก ๆ วันเลยล่ะ อ๋ออย่าอดนอนบ่อยล่ะ จะได้ช่วยถนอมดวงตาได้อีกทางหนึ่ง






