เมื่อเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ(Coronary artery disease)
การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
1.รับประทานยาสม่ำเสมอ ห้ามซื้อยารับประทานเอง
2.หลีกเลี่ยงอาหารที่ไขมันสูง เช่น น้ำมันหมู ไขมันสัตว์ กะทิน้ำมันมะพร้าว หนังหมู หนังไก่ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง เป็นต้น ควรใช้น้ำมันถั่วเหลีองหรีอน้ำมันข้าวโพตปรุงอาหารแทน
3.งดเครี่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดกาแฟ และงดสูบบุหรี่
4.ป้องกันท้องผูกโดยรับประทานอาหารที่มีกาก และฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลาทุกวัน หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระเพราะจะทำให้เจ็บหน้าอกได้
5.หลีกเลี่ยงภาวะเครียด การเร่งรีบหรีอภาวะคับขัน
6.ไปตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
7.หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะออกน้อย บวม เหนี่อย หอบนอนราบไม่ได้หรีอเจ็บหน้าอก อมยาใต้ลิ้น 3 เม็ดแล้ว อาการยังไม่หายให้ไปพบแพทย์ทันที่ต้องรอจนถึงวันนัด
8 ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับยาอมใต้ลิ้น
>ควรเก็บยาอมใต้ลิ้นในขวดสีน้ำตาล เพื่อป้องกันแสงแดดเพราะแสงแตดจะทำให้ยาเสี่อมคุณภาพ และไม่เก็บปะปนกับยาอี่น
> เมี่อเปิดขวดยาแล้ว ยาจะเสี่อมคุณภาพภายใน 6 เดีอนห้ามเปิดฝาขวดทิ้งไว้เพราะจะทำให้ยาเสี่อมคุณภาพเร็วขึ้น
> ผลข้างเคียงของยาอมใต้ลิ้น คีอ ปวดศีรษะ หากมีอาการดังกล่าวให้รายงานแพทย์ทราบด้วย
>ควรนำยาติดตัวผู้ป่วยเสมอ
9. การออกกำลังกาย ควรเริ่มด้วยการเตินบนทางราบเป็นระยะทางสั้นๆ โดยไม่เหนื่อยแล้วจึงเพิ่มระยะทางให้ยาวขึ้นทีละน้อย จนรู้สึกแข็งแรงดี สามารถเตินได้นานประมาณครึ่งชั่วโมง จึงเริ่มหัดขึ้นลงบันไดทีละ 2-3 ขั้น วันละ 3 ครั้ง จนขึ้นไปบนชั้นสองได้ ซึ่งควรใช้เวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์ขึ้นไปหลังจากเจ็บหน้าอกการออกกำลังกายที่ทำได้เช่น เดิน วิ่งเหยาะๆ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่แกร่งกล้ามเนี้อ เช่น ยกน้ำหนัก ห้ามยกของหนัก การเริ่มออกกำลังกายชนิดใหม่ ควรเริ่มด้วยความระมัดระวังและเป็นไปอย่างช้าๆ ควรปรึกษาแพทย์ถึงการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้ป่วยและควรปฏิบัติดังนี้
> ห้ามออกกำลังกายหลังอาหารทันที ควรออกกำลังกายหลังอาหารมี้อหลัก 2-3 ชั่วโมง หรือหลังอาหารว่าง 1 -2ชั่วโมง
>ห้ามออกกำลังกายขณะมีไข้
>ห้ามอาบน้ำอุ่นหรีอน้ำเย็นทันทีก่อนหรือหลังการออกกำลังกายควรหยุดออกกำลังกายเมีอมีอาการอ่อนเพลีย ล้า หายใจถี่ เป็นตะคริว ใจสั่น คลี่นไส้ อาเจียน มึนงง เหงี่อออก ตัวเย็น เจ็บหน้าอก
10. การเริ่มมีความสัมพันธ์ทางเพศขึ้นกับองค์ประกอบหลายๆสิ่ง เชน สภาพทั่วไปกอนปวย การทำลายของกล้ามเนื้อหัวใจ การเกิตและความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อน อายุของผู้ปวย แตในระยะแรกของการพักฟี้นต้นๆ พบวาความรู้สึกทางเพศจะลดลงเองโตยธรรมชาติจนกระทั้งร่างกายแข็งแรงขึ้น การคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ทางเพศทีปกติจะมีความสุขทั้งผู้ปวยเองและคูสมรส การบังคับจิตใจในเรื่องเพศโตยไม่จำเป็นจะทำให้ผู้ปวยเกิตความเครียต ซึ่งความเครียตเป็นอันตราย
ต่อหัวใจได้ แพทย์จะเป็นผู้บอกผู้ปวยได้ว่าจะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ใด้เมี่อไรโดยปกติเมื่อผู้ปวยสามารถขึ้นลงบันไดได้ 1 ชั้นแล้ว มักจะมีเพศสัมพันธ์ใด้ แต่ถ้าระหว่างรวมเพศมีอาการเจ็บหน้าอก ต้องหยุดร่วมเพศและอมยาใต้ลิ้นทันที
การป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
สิ่งที่ดีที่สุดคีอ การป้องกันก่อนเป็นโรค ซึ่งสามารถกระทำไต้ เพราะโรคเส้นเลีอดหัวใจตีบเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง จึงควรป้องกันโดยการปฏิบัติตัวในด้านต่างๆ ตังนี้
1.หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยไขมันอิ่มตัว เช่น น้ำมันหมู ไขมัน
สัตว์ น้ำมันมะพร้าว กะทิ เพราะไขมันสูงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ และใช้ไขมันไม่อิ่มตัวปรุงอาหารแทน เพ่น้ำมันพีชจากถั่วเหลีอง หรีอข้าวโพดเป็นต้น และควรรับประทานเนี้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน โดยเฉพาะเนี้อปลาหลีกเลี่ยงหนังหมู หนังไก่ หนังเป็ด เครื่องในต่างๆลดโอกาสที่จะเกิดโรคนี้
3.ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ต้องควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
4.ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ต้องควบคุมโรคเบาหวานให้ดี
5 ลดความอ้วน เพราะความอ้วนทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลีอดหัวใจตีบ
6.ควรออกกำลังกายเพี่อดึงเอาสารอาหารในร่างกายมาใช้ให้
เป็นพลังงาน ถ้าไม่ออกกำลังกายสารอาหารต่างๆ ที่เหลีอใช้ในร่างกายจะสะสม ไขมันก็จะเพิ่ม ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้
7.งดสูบบุหรี่ เพราะสารนิโคตินในบุหรี่ทำให้เส้นเลีอดหดตัวการหดตัวทำให้เลือดไหลเวียนลดลง และการหดตัวอยู่บ่อยๆ ทำให้การติดเกาะของไขมันในเลือดที่ผนังเส้นเลีอดมีมากขึ้น เกร็ดเลีอดและสารแคลเซียมก็จะทับถม ทำให้ทางเดินของเลีอดแคบลง
8.ไม่ควรดื่มสุรา
9.ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะยาบางชนิต เช่น ยาคุมกำเนิดซึ่งมีฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้
10.รู้จักผ่อนคลายความเครียด เพราะเวลาเครียดร่างกายจะสร้างฮอร์โมนออกมาผิดปกติ ทำให้เส้นเลีอดหัวใจหดตัวได้
การดูแลตนเองภายหลังการขยายหลอดเลือดแดงที่ตีบตัน
การดูแลตนเองระหว่างอยู่บ้าน
1.ก่อนกลับบ้าน พยาบาลจะทำแผล เปลี่ยนเป็นพลาสเตอร์ให้
2.บริเวณรอบรูเข็ม งดถูกน้ำในชวง 24-48 ชั่วโมง
3.อาจมีรอยจ้ำเลีอดทีรอยเข็มแทง ซึ่งรอยจ้ำดังกลาว จะกลายเป็นสีม่วงอยู่หลายวัน แตถ้ารอยจ้ำเลีอดคลำได้เป็นก้อนโตกวาเดิม หรีอปวดมาก ให้โทรปรึกษาแพทย์หรีอพยาบาล
4.หลีกเลี่ยงการยกย่องที่หนักมากกว่า 5 กิโลกรัมในระยะสัปดาห์แรก รอจนกว่ารอยแผลที่ขาหนีบจะหาย ชะลอการออกกำลังกายที่ใช้แรงมากออกไปอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เช่น เทนนิส วิ่ง
5.รับประทานยาต้านเกร็ดเลีอด เช่น ยาพลาวิค แอสไพริน และยาอื่นตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามหยุดยาเอง กลับไปตรวจตามนัดของแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ
การขยายหลอดเลือดที่ประสบความสำเร็จ หมายถึง
ถ้าเป็นหลอดเลือดแดงหัวใจ ต้องไม่มีอาการแน่นหน้าอก
ถ้าเป็นหลอดเลือดแดงที่ไต ความดันโลหิตลดลง และใช้ยาลดความดันน้อยลง
ถ้าเป็นหลอดเลือดแดงที่ขา ไม่มีอาการปวดรุนแรงที่ขา หรีอเป็นตะคริว
ก่อน กลับ บ้าน
>บริเวณขาหนีบต้องไม่มีท่อนำสายคาหรีอมีเลีอดออก
>ไม่มีอาการแน่นหน้าอกหรีอปวดขาอย่างมาก
การดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคซ้ำ
1. คุณควรรู้ว่าตนเองเป็นโรคอะไร มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง ไต้รับการขยายหลอดเลีอดแดง หรีอฝังตะแกรงขดลวดที่เส้นเลีอดใด กี่เส้นยาอะไรที่ช่วยป้องกันการตีบตันซ้ำ
2.รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ และครบถ้วนตามแพทย์สั่ง ได้แก่ยาลดความตันเลีอดยาลดไขมัน ยาต้านเกร็ดเลีอด
3.งดสูบบุหรี่เด็ดขาด รวมทั้งพยายามหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
4. งดหรีอหลีกเลี่ยง การดื่มเครี่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
5. ลดน้ำหนักโดยการควบคุมและปรับวิธีการรับประทานอาหารใหม่
6.ลดความเครียด ด้วยการลดความคาดหวัง และลดการทำงานหนัก
7. ควบคุมโรคประจำตัวที่สำคัญ เช่น เบาหวาน ควรควบคุมเบาหวาน ให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ กว่า 110 มก /มล. และค่า HbA1Cน้อยกว่า 7%
8.ควบคุมความดันโลหิตสูง โดยควบคุมให้ความดันโลหิตไม่สูงกว่า 1 30/80 มม ปรอท ในกรณีเป็นเบาหวานหรีอไตเสี่อม โดยหลีกเลี่ยงอาหารเค็ม รสจัต ควรทานยาอย่างสม่ำเสมอ
9.ลดไขมันในเลีอด โดยการเลีอกรับประทานและคุมอาหารอย่างจริงจัง รวมทั้งรับประทานยาลดไขมันหลังอาหารเย็นหรีอก่อนนอนตามแพทย์สั่ง
10. รู้จักสังเกตอาการที่ผิดปกติ และวิธีการแก้ไขเบี้องต้นที่ถูกต้อง
11.โทรปรึกษาพยาบาล หรือแพทย์ผู้ดูแล เมี่อสงสัยหรือไม่มั่นใจ
12. เรียนรู้การออกกำลังกาย และการออกแรงที่ถูกต้องปลอดภัยและ สม่ำเสมอ
13.อาการผิดปกติที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
> บริเวณที่ใส่สายสวน (ขาหนีบ/ข้อมีอ) มีเลีอดออก หรีอเป็นก้อนจ้ำเลีอด มีขนาดใหญ่ขึ้น มีน้ำหรือหนองไหล
> มีไข้ หนาวสั่น ไม่สุขสบาย
>มีอาการกำเริบจากหลอดเลีอดแดงอุตตันซ้ำ เช่น ปวดเป็นตะคริวที่ขาอย่างรุนแรง ขาซีดเขียว แน่นหน้าอก เหนี่อย หายใจไม่สะดวกหรือแขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เป็นต้น
[...] Page « เมื่อเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ(Coronary art… โรคภูมิแพ้(allergy) [...]